คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เกี่ยวกับโซลูชันของ Vasvox

รวมข้อสงสัยยอดฮิตเกี่ยวกับ Speech Analytics ภาษาไทย, Compliance Recording, Cloud Contact Center และ PDPA เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนเริ่มโครงการจริง

หากไม่พบคำถามที่คุณสนใจ สามารถส่งคำถามเพิ่มเติมได้ที่ info@vasvox.com หรือผ่านแบบฟอร์มในหน้า Contact.

เลือกดูคำถามตามหัวข้อ

เพื่อความสะดวก เราแบ่งคำถามออกเป็นหลายหมวด เช่น โซลูชัน, การติดตั้ง, PDPA & Compliance, Licensing และการดูแลหลังการขาย

หมวดที่ 1 – โซลูชัน & ภาพรวมผลิตภัณฑ์

ทำความเข้าใจว่า Vasvox ทำอะไร แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นอย่างไร และเหมาะกับองค์กรแบบไหน

Vasvox เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Speech Analytics ภาษาไทย, Omni-Channel Compliance Recording และโซลูชันด้าน Cloud Contact Center สำหรับองค์กรในประเทศไทยและภูมิภาค APAC โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ภายใต้ข้อกำกับ เช่น สถาบันการเงิน การประกันภัย Telecom และหน่วยงานรัฐ จุดเด่นคือเข้าใจทั้งโลกของเทคโนโลยีและโลกของกฎระเบียบ (PDPA/GDPR และข้อกำหนด local) ทำให้สามารถออกแบบโซลูชันที่ใช้ได้จริงในบริบทไทย
โดยสรุป โซลูชันหลักของเราแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ:
  • ASC Neo & ASC Recording Insights – ระบบบันทึกเสียง/วิดีโอและ Compliance Recording ที่รองรับ Microsoft Teams และ Contact Center
  • Thai Speech Analytics – การถอดเสียงและวิเคราะห์บทสนทนาภาษาไทยเพื่อคุณภาพการให้บริการ การขาย และ Compliance
  • Cloud Contact Center & Tendfor – โซลูชัน Contact Center บน Microsoft Teams แบบเนทีฟ
  • Cybercrime Analytics & Identity Intelligence – การเชื่อมโยงข้อมูลด้านอาชญากรรมไซเบอร์และหลักฐานดิจิทัลร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ
กลุ่มลูกค้าหลักของเรา ได้แก่:
  • ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกัน และผู้ให้บริการทางการเงิน
  • ผู้ให้บริการเครือข่าย (Telecom), Contact Center และ BPO
  • หน่วยงานรัฐ, Public Safety, ศูนย์รับแจ้งเหตุ และหน่วยงานด้านความมั่นคง
  • องค์กรขนาดกลาง–ใหญ่ ที่มี Call Center ภายใน หรือใช้ Microsoft Teams เป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร
อย่างไรก็ตาม เราสามารถออกแบบโซลูชันที่เหมาะสมได้แม้สำหรับองค์กรที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างระบบบันทึกเสียงหรือระบบ Contact Center ใหม่
เราโฟกัสที่ Voice Intelligence & Compliance Solutions เป็นหลัก ไม่ได้ทำทุกอย่างแบบกว้าง ๆ แต่ลงลึกในเรื่องการบันทึกเสียง การวิเคราะห์เสียง และการปฏิบัติตามกฎหมาย ทีมงานมีประสบการณ์ทั้งในมุม architecture, security, compliance และ business use case จึงช่วยลูกค้าออกแบบตั้งแต่ Policy, Process จนถึงระบบที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ติดตั้งซอฟต์แวร์ให้เสร็จแล้วจบ

หมวดที่ 2 – Speech Analytics & Compliance Recording

คำถามเกี่ยวกับความแม่นยำภาษาไทย การถอดเสียง การวิเคราะห์ และการบูรณาการกับระบบเดิม

ความแม่นยำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพไมค์, เสียงรบกวน, สำเนียง และรูปแบบการสนทนา แต่จากการใช้งานจริงกับลูกค้า เราสามารถปรับโมเดลให้เหมาะกับ โดเมนภาษา ของแต่ละองค์กร (เช่น คำศัพท์ด้านการเงิน ประกัน หรือศัพท์ทางเทคนิค) ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทางทีมเรามักแนะนำให้เริ่มจาก POC/Test กับข้อมูลจริงขององค์กรคุณ เพื่อให้เห็นคุณภาพบนเคสของคุณโดยตรง
เรารองรับทั้ง ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงการแปลอัตโนมัติ (Machine Translation) เพื่อใช้ในงานวิเคราะห์หรือรายงานในภาษาไทย เหมาะสำหรับหน่วยงานที่ต้องดูแลผู้ใช้หลายสัญชาติ เช่น Tourist Police, สายด่วน หรือ Contact Center ระดับภูมิภาค
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Contact Center เดิมเสมอไป เราสามารถ:
  • เชื่อมต่อกับระบบบันทึกเสียงเดิมที่มีอยู่แล้ว (3rd-party Recorder)
  • ออกแบบให้ ASC Neo/Recording Insights ทำงานร่วมกับ PBX/Contact Center เดิมผ่านมาตรฐาน SIP/Trunk หรือการ Export ไฟล์
  • ใช้เฉพาะส่วน Analytics บนไฟล์เสียงที่มีอยู่ (เช่น ไฟล์ .wav, .mp3) โดยไม่แตะ core system เดิม
แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยง ไม่ต้อง “รื้อใหญ่” ตั้งแต่วันแรก
เราใช้ ASC Recording Insights ซึ่งเป็นโซลูชันที่ Microsoft แนะนำให้ใช้สำหรับ Compliance Recording บน Teams โดยเฉพาะ ความแตกต่างจากการใช้ฟังก์ชันบันทึกใน Teams อย่างเดียวคือ:
  • รองรับการบันทึกแบบบังคับใช้ตามนโยบาย (Policy-based Recording)
  • มี Audit Trail, Role-based Access, Retention Policy และการเข้ารหัสตามมาตรฐาน
  • รองรับกรณีถูกกำกับโดยกฎหมายหรือหน่วยงานกำกับ (เช่น ธนาคาร, บริษัทหลักทรัพย์)
  • ผสานกับ Speech Analytics และ Workflow การตรวจสอบของฝ่าย Compliance ได้
ผู้ใช้สามารถค้นหาด้วย:
  • Metadata เช่น หมายเลขโทรศัพท์, User, วันที่–เวลา, ช่องทางการติดต่อ
  • Keyword & Transcript จากผล Speech-to-Text
  • Tag หรือหมวดหมู่ที่ระบบจัดให้อัตโนมัติ เช่น สายร้องเรียน, สายขาย, สายเสี่ยงด้าน Compliance
อินเทอร์เฟซถูกออกแบบให้ค้นหาได้รวดเร็ว (Fast Search) และรองรับการ Export เพื่อใช้ในการสอบสวนหรือทำรายงานต่อได้

หมวดที่ 3 – PDPA & Compliance

คำถามเรื่องการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ความปลอดภัยของข้อมูล และการตอบโจทย์ข้อกำหนดด้านกฎหมาย

เราออกแบบตามแนวคิด Privacy by Design:
  • กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาท (Role-based Access Control)
  • บันทึก Audit Trail ทุกการเข้าถึง/ดาวน์โหลด/ลบข้อมูลที่สำคัญ
  • รองรับการตั้ง Retention Policy ตามประเภทข้อมูลและข้อกำหนด
  • เข้ารหัสข้อมูลทั้ง in transit และ at rest ตามมาตรฐานสากล
พร้อมกันนี้ ทีมงานยังช่วยออกแบบ Policy/process และเชื่อมโยงกับงานของ DPO และฝ่ายกฎหมายขององค์กร
ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดขององค์กรและหน่วยงานกำกับ:
  • เราสามารถออกแบบให้เก็บข้อมูลใน Data Center ภายในประเทศไทย ตามข้อกำหนด local
  • กรณีใช้ Cloud ต่างประเทศ เราช่วยประเมินความเสี่ยง จัดทำเอกสาร และออกแบบ data flow ให้สอดคล้อง PDPA/GDPR
  • รองรับ Hybrid Model – เก็บบางส่วนใน On-Premise และส่วน Analytic/AI อยู่บน Cloud
เราสามารถกำหนดขั้นตอนและสิทธิ์ในการจัดการคำขอลูกค้าได้ เช่น:
  • ค้นหาข้อมูลตามตัวตน (หมายเลขโทรศัพท์, บัญชีลูกค้า ฯลฯ)
  • บันทึกเหตุผลและหลักฐานการดำเนินการตาม Data Subject Request
  • ลบ/ปิดบังบางส่วนของข้อมูล (masking) ตามเงื่อนไขที่กฎหมายอนุญาต
การออกแบบรายละเอียดขึ้นกับ Policy ของแต่ละองค์กร ซึ่งเราจะทำงานร่วมกับ DPO และฝ่ายกฎหมายอย่างใกล้ชิด
ในหลายอุตสาหกรรม เช่น ประกันชีวิต หรือโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ มีข้อกำหนดให้เก็บข้อมูลได้นานมาก เราออกแบบสถาปัตยกรรมให้รองรับ:
  • การจัดชั้นข้อมูล (Tiered Storage) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
  • Geo-Redundancy และ Data Durability กรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันในดาต้าเซ็นเตอร์หลัก
  • มีกลไก immutability/versioning เพื่อลดความเสี่ยงจากการลบหรือเปลี่ยนแปลงโดยไม่ตั้งใจ
รายละเอียดสามารถออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละลูกค้าได้

หมวดที่ 4 – การติดตั้ง, Licensing, ราคา & การดูแลหลังการขาย

คำถามเกี่ยวกับรูปแบบการติดตั้ง ระยะเวลาโครงการ ค่าใช้จ่าย และการสนับสนุนหลัง Go-Live

เรารองรับ 3 รูปแบบหลัก:
  • On-Premise – ทุกอย่างอยู่ใน Data Center ของลูกค้า เหมาะกับองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสูงมาก
  • Cloud / SaaS – ใช้งานแบบ subscription ลดการลงทุนล่วงหน้า เหมาะกับการเริ่มต้นเร็วและปรับขนาดง่าย
  • Hybrid – เก็บข้อมูลอ่อนไหวในประเทศ/On-Premise แต่ใช้ AI/Analytics บน Cloud เพื่อลดภาระ infrastructure
ระยะเวลาโครงการขึ้นกับขนาดและความซับซ้อน:
  • โครงการ POC ขนาดเล็ก มักใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
  • โครงการสำหรับทั้งองค์กร (Enterprise-wide) อาจอยู่ในช่วงหลายเดือน สำหรับงานที่ต้องเชื่อมต่อหลายระบบและหลายหน่วยงาน
เราจะช่วยวาง Project Plan & Roadmap ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน
ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และความต้องการของลูกค้า:
  • โซลูชันส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบ Subscription (SaaS / Software Maintenance) รายปี
  • บางส่วนสามารถออกแบบเป็น โครงการลงทุน (CapEx) ร่วมกับ Partner/ผู้รับเหมาโครงสร้างพื้นฐานของลูกค้าได้
พี่สามารถส่งโจทย์เบื้องต้นให้เราช่วยออกแบบ โครงสร้างราคา ที่เหมาะกับงบประมาณและรูปแบบการจัดซื้อขององค์กรได้
Vasvox มีทีมงานในประเทศไทยและพันธมิตร System Integrator หลายรายที่ผ่านการฝึกอบรมจากเรา การดูแลหลังการขายประกอบด้วย:
  • บริการตาม SLA ที่ระบุในสัญญา (เช่น Response/Resolution Time)
  • ช่องทางติดต่อทั้ง Ticketing, Email และ Hotline ตามระดับบริการที่ตกลงกัน
  • การอัปเดตซอฟต์แวร์, Patch ความปลอดภัย และการปรับปรุงฟีเจอร์ใหม่ ๆ
โดยทั่วไป เรามักแนะนำให้เตรียม:
  • Use Case ชัด ๆ 1–3 กรณี เช่น ลดข้อร้องเรียน, ยกระดับ QA, ตรวจจับสายเสี่ยงด้านกฎหมาย
  • ตัวอย่างข้อมูลจริง เช่น ไฟล์เสียง 50–200 ไฟล์ (หรือตามตกลง) เพื่อทดลองวิเคราะห์
  • ทีม core ที่จะมาร่วมทดสอบ เช่น ฝ่าย Contact Center, IT, Compliance, DPO
จากนั้นทีม Vasvox จะช่วยออกแบบ Scenario, KPI และวิธีประเมินผล POC ให้เห็นภาพผลลัพธ์ชัดที่สุดในเวลาที่เหมาะสม

ยังมีคำถามอื่นอีกไหม?

ถ้าพี่มีโจทย์เฉพาะสำหรับองค์กรของตัวเอง เช่น ต้องตอบโจทย์ธนาคารแห่งประเทศไทย กลต. หรือหน่วยงานกำกับอื่น ๆ สามารถส่งรายละเอียดให้เราช่วยคิดโครงร่างโซลูชันเบื้องต้นได้เลย

ส่งคำถามผ่านแบบฟอร์ม คุยผ่านอีเมล info@vasvox.com